Key takeaways
สังเกตดูว่าสวิตช์ตัวไหนที่เด้งตัด และมันตัดตอนไหน จะช่วยบอกได้เลยว่าปัญหาอยู่ที่ตัวแอร์หรือระบบไฟในบ้าน
ลองสับเบรกเกอร์ขึ้นแค่ครั้งเดียวพอ ถ้ามันยังร่วงลงมาอีก ให้หยุดใช้แล้วเรียกช่างมาเช็ก
ถ้าเบรกเกอร์ตัดเฉพาะตอนที่เปิดแอร์ ให้เรียกช่างแอร์มาดู แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื่องสายไฟหรือตู้ไฟ ต้องเรียกช่างไฟนะ
ถ้าได้กลิ่นเหม็นไหม้ เห็นประกายไฟ หรือรู้สึกไฟดูดจี๊ดๆ ตอนเอามือไปแตะ ให้หยุดใช้ทันทีแล้วตามช่างมาช่วยด่วน!
Table of contents
ทำไม เบรกเกอร์ตัด?
เบรกเกอร์ตัด บ่อย: สวิตช์ตัวไหนตัด และตัดตอนไหน
สาเหตุที่มาจากตัวแอร์เอง
สิ่งที่ทำเองได้แบบปลอดภัย และสิ่งที่ไม่ควรทำ
สรุปแล้วแอร์คือตัวการจริงไหม? ให้ช่างเช็กชัวร์สุด
1. ทำไมเบรกเกอร์ตัด?
ระบบไฟในบ้านเราจะถูกแบ่งออกเป็นหลายๆ เส้น แต่ละเส้นก็จะมีสวิตช์ของตัวเองรวมอยู่ในตู้ไฟ (แต่ละเส้นก็คือ 1 วงจรนั่นแหละ) ซึ่งสวิตช์พวกนี้ก็คือตัวเบรกเกอร์ หน้าที่ของมันคือจะตัดไฟอัตโนมัติเวลาที่มีการดึงไฟไปใช้เยอะเกินไป หรือเวลาที่สายไฟชำรุด ทางแบรนด์ Midea ก็อธิบายไว้ชัดเจนเลยว่า การที่เบรกเกอร์ตัดเพราะมีการใช้ไฟพร้อมๆ กันเยอะเกินไป ถือว่าระบบกำลังทำงานได้ตามปกติเพื่อความปลอดภัยของเราเอง
นอกจากนี้ หลายๆ บ้านก็จะมี "เซฟตี้สวิตช์" ติดตั้งไว้ด้วย ตัวนี้จะตัดไฟทันทีที่กระแสไฟเริ่มรั่วไหลไปในที่ที่ไม่ควรไป เช่น รั่วไปที่โครงเหล็กของตัวแอร์ที่ชื้นๆ หน้าที่หลักของมันคือป้องกันไม่ให้เราถูกไฟดูดนั่นเอง ในตู้ไฟมักจะแปะป้ายไว้ว่าเป็นเครื่องตัดไฟรั่ว (Earth-leakage breaker) ซึ่งทาง Schneider Electric ก็ได้มีอธิบายหลักการทำงานของมันไว้ด้วยเช่นกัน

2. เบรกเกอร์ตัดบ่อย: สวิตช์ตัวไหนตัด และตัดตอนไหน
ลองจดจำดูก่อนนะว่าสวิตช์ตัวไหนที่มันเด้งตัดลงมา และมันตัดตอนไหน จากนั้นมาเช็กเทียบตามตารางนี้เลย:
สวิตช์ตัวไหนที่ตัด | ตัดตอนไหน | สาเหตุที่เป็นไปได้ | ควรเรียกใครดี? |
เบรกเกอร์ของแอร์เอง | ตอนที่แอร์เพิ่งเริ่มทำงาน หรือเปิดไปได้สักพักแล้ว | ตัวแอร์มีปัญหา | ช่างแอร์ |
เมนเบรกเกอร์ | ตอนที่เปิดแอร์พร้อมๆ กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะๆ ตัวอื่น | ใช้ไฟเกินพิกัดวงจร | ช่างไฟ |
เซฟตี้สวิตช์ | เฉพาะตอนที่เปิดแอร์เท่านั้น | มีไฟรั่วจากตัวแอร์หรือสายไฟของแอร์ | เรียกช่างแอร์มาดูก่อน ถ้าแอร์ปกติดีค่อยเรียกช่างไฟ |
ตัวใดตัวหนึ่งใน 3 ตัวข้างบน | ตัดทันที! (แม้จะถอดปลั๊กทุกอย่างออกหมดแล้ว) | สายไฟหรือตัวเบรกเกอร์มีปัญหา | ช่างไฟ |
อ้อ! ทาง Schneider Electric แอบกระซิบมาว่า บางทีเซฟตี้สวิตช์ก็อาจจะตัดได้เองโดยที่ไม่ได้มีอะไรพังนะ อย่างเช่นเวลาที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาพ่วงใช้กับมันเยอะเกินไปนั่นเอง
3. สาเหตุที่มาจากตัวแอร์เอง
ฟิลเตอร์สกปรก: พอแอร์มีฝุ่นหนาเตอะ มันก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำความเย็นให้ห้อง ซึ่งแปลว่ามันจะกินไฟมากขึ้นด้วย นี่เลยเป็นสาเหตุแรกๆ ที่ควรเช็กและตัดทิ้งไปก่อน ทาง LG เขาแนะนำเลยนะว่าควรหมั่นทำความสะอาดฟิลเตอร์และแผงคอยล์เย็น (แผ่นครีบอะลูมิเนียม) ให้สะอาดอยู่เสมอ
อะไหล่ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ: ชิ้นส่วนข้างในแอร์มันก็มีอายุการใช้งานของมัน พอเก่าปุ๊บก็อาจจะรวนได้ ซึ่ง LG แนะนำให้เรียกช่างเข้ามาเช็กอาการพวกนี้ดีกว่า
พ่วงใช้ไฟเส้นเดียวกันเยอะเกิน: ในหลายๆ บ้าน เต้ารับหลายจุดมักจะใช้สายไฟและเบรกเกอร์ร่วมกัน ถ้าแอร์ดันไปใช้เส้นเดียวกับเครื่องทำน้ำอุ่นหรือกาต้มน้ำร้อน พอเปิดพร้อมกันปุ๊บ ไฟก็อาจจะกระชากจนเกินขีดจำกัดที่เบรกเกอร์จะรับไหว Midea เลยแนะนำว่า แอร์แต่ละตัวควรมีเบรกเกอร์แยกเป็นของตัวเองไปเลยจะดีที่สุด
4. สิ่งที่ทำเองได้แบบปลอดภัย และสิ่งที่ไม่ควรทำ
สิ่งที่ทำเองได้
ปิดแอร์ แล้วลองสับเบรกเกอร์ขึ้นดูแค่ครั้งเดียวก่อน
สังเกตและจดจำว่าสวิตช์ตัวไหนตัด ตัดตอนไหน และตอนนั้นกำลังเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรอยู่อีกบ้าง
ถอดฟิลเตอร์ออกมาล้างทำความสะอาดเป็นประจำ (ลองแวะไปดูบทความ "ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน" ได้เลย)
ถ้าเจออาการ เบรกเกอร์ตัด ยกไม่ขึ้น ให้ลองปิดแอร์ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ดับไปพร้อมกันออกให้หมด แล้วลองดันเบรกเกอร์ขึ้นอีกแค่ครั้งเดียว ถ้ามันยังเด้งตัดอีก Midea แนะนำว่าให้โทรเรียกช่างไฟมาดูได้เลย
ถ้า แอร์ตัด แล้วไม่ทํางาน หลังจากที่ไฟกลับมาแล้ว ให้ใจเย็นๆ รอสัก 3-5 นาทีก่อนแล้วค่อยเปิดใหม่ ถ้ายังเปิดไม่ติดอีก หรือได้กลิ่นเหม็นไหม้ลอยมา รีบโทรเรียกช่างแอร์ทันที!
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
ฝืนดันเบรกเกอร์ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไปหาซื้อเบรกเกอร์แอมป์สูงๆ มาเปลี่ยนเอง หรือพยายามเปลี่ยนเบรกเกอร์ด้วยตัวเอง
ไปปรับแต่งหรือต่อตรงข้ามเซฟตี้สวิตช์
รื้อเปิดตัวเครื่องแอร์ หรือรื้อตู้ไฟเอง
จำไว้เลยว่า: ถ้าได้กลิ่นเหม็นไหม้ เห็นประกายไฟ หรือเอามือไปแตะตรงไหนแล้วรู้สึกไฟดูดจี๊ดๆ ให้หยุดแตะต้องทุกอย่างแล้วเรียกช่างด่วน!
5. สรุปแล้วแอร์คือตัวการจริงไหม? ให้ช่างเช็กชัวร์สุด
พอช่างแอร์มาถึง เขาจะใช้เครื่องมือวัดกระแสไฟที่ตัวแอร์กำลังกินอยู่ แล้วก็ไล่เช็กตั้งแต่ฟิลเตอร์ แผงคอยล์ อะไหล่ไฟฟ้า ไปจนถึงจุดเชื่อมต่อสายไฟต่างๆ ข้างในตัวเครื่อง พอเช็กเสร็จ ช่างจะฟันธงให้คุณได้เลยว่าตกลงแล้วแอร์คือตัวต้นเหตุหรือเปล่า ถ้าใช่ ช่างก็จะจัดการซ่อมให้เรียบร้อย แต่ถ้าแอร์ปกติดี คุณก็จะได้รู้ว่าต้องหันไปเรียกช่างไฟมาดูแทน จะได้ไม่ต้องมาเสียเงินค่าซ่อมแอร์ฟรีๆ ในสิ่งที่ไม่จำเป็นไงล่ะ

จองคิวช่างง่ายๆ แค่โพสต์งานซ่อมแอร์บนแอป gigit จะตั้งงบประมาณเองหรือเปิดรับข้อเสนอจากช่างฮีโร่ในพื้นที่ก็ได้ แล้วเลือกข้อเสนอที่ถูกใจได้เลย จ่ายเงินก็ปลอดภัยผ่านระบบ Safe Payment ที่ดูแลโดยธนาคารกสิกรไทย รอไม่นาน คุณก็จะได้กลับไปนั่งชิลในห้องแอร์เย็นๆ แบบไม่ต้องมานั่งระแวงว่าไฟจะตัดอีกเมื่อไหร่แล้ว!

